วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2554

บทที่ 2 Review C Language

1.Revew C Language
  • คำสั่งพื้นฐานต่างๆ
        เช่น printf( “abc” );
               printf( “%s”, ”abc” );
        เช่น scanf( “%d”,&x);
  • Format Code ใช้ในการแสดงผลที่นิยมใช้ ได้แก่
       %d   ใช้กับข้อมูลแบบ integer
       %c    ใช้กับข้อมูลแบบ character
       %f     ใช้กับข้อมูลแบบ floating
       %s    ใช้กับข้อมูลแบบ string
2.Operator
แบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ
  • Arithmetic Operators ได้แก่  +, - , *, /, % , -- , ++
  • Relational and Equality Operators ได้แก่ < , > , <= , >= , == , !=
  •    - Logical Operators ได้แก่ ! , && , ||
3.selection/Condition
  • if statement
  • if - else statement
  • if - else statement (Nested if)
  • switch statement
4.Repetition/Loop
  • while statement
Format :
    while (expression) {                   statement-1;                   statement-2;                        ……                   statement-n;      }
  • for statement
    Format :
  for (expression -1; expression-2; expression-3 ) {                 statement -1 ;                 statement -2 ;                      …..                 statement -n ;   }
  • do-while statement
    Format :
         do {                 statement -1 ;                 statement -2 ;                   …..                  statement -n ;             } while (expression);
5.Function ข้อดี
  • เขียนโค้ดครั้งเดียว แต่สามารถเรียกใช้ได้หลายครั้ง
    สามารถนำหลับมาใช้ใหม่ในโปรแกรมอื่นได้
    ถ้าต้องการเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพียงที่เดียว
    ทำให้โปรแกรมมีความเป็นโครงสร้าง 
  • สามารถแบ่งเป็นโมดูลย่อยๆได้
    ฟังก์ชันแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

  • Library Function
  Format :
  #include<file-name>
  ตัวอย่าง   #include<stdio.h>   #include<conio.h >   etc. 
วิธีเรียกใช้งาน Library Function

  • เรียกชื่อของฟังก์ชันที่ต้องการใช้งาน
  • เอาค่าที่จะส่งไปทำงานในฟังก์ชัน ใส่ลงในวงเล็บตามหลังชื่อฟังก์ชันนั้น
  ตัวอย่าง Library Function strcpy () –อยู่ในแฟ้มข้อมูล string.h   ทำหน้าที่ : คัดลอกข้อมูลจาก string หนึ่งไปยัง string หนึ่ง
  Format : 
  strcpy (str1, str2);

6.User Defined Function
คือ ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโปรแกรมสามารถเขียนฟังค์ชันขึ้นใช้เอง โดยฟังก์ชันนี้อาจจะรวมอยู่กับโปรแกรมหลักเป็นแฟ้มเดียวกัน หรือยกฟังก์ชันเหล่านี้ไว้คนละแฟ้มข้อมูลก็ได้
การสร้างฟังก์ชัน ประกอบด้วย
  • Function Definition
  • Function Prototype
  • Invocation
Function Definition หรือนิยามฟังก์ชัน คือ รายละเอียดในการทำงานของฟังก์ชัน Format :
clip_image001/*…………..*/  >> heading comment
  data-type function-name(type argument )    {       declaration;       statement;     return(value); }
Function Prototype  เป็นตัวบอกให้ Compiler ทราบว่าการประกาศฟังก์ชันขึ้นและฟังก์ชันนั้นมีค่าที่ส่งกลับเป็นอะไร มีการรับพารามิเตอร์อะไรบ้าง มีประโยชน์ในการตรวจสอบข้อผิดพลาดระหว่างการเรียกใช้ฟังก์ชัน
Invocation คือการเรียกใช้ฟังก์ชัน
ลักษณะของฟังก์ชัน
  •  ฟังก์ชันที่ไม่มีการส่งค่ากลับ การเรียกใช้ทำได้โดยอ้างถึงชื่อฟังก์ชัน
               ...........
      Print_banner () ;
  • ฟังก์ชันที่มีการส่งค่ากลับ การเรียกใช้ทำได้เหมือนแบบแรก แต่ต้องมีตัวแปรมารับค่าที่จะต้องส่งกลับด้วย
int main(void) {
int k, j;
   j = prompt ()
   k = prompt ();
printf(“j = %d and k = %d”, j, k);
  • ฟังก์ชันที่มีการรับค่า argument
การเรียกใช้ฟังก์ชันทำได้โดยอ้างถึงชื่อของฟังก์ชันพร้อมทั้งส่งค่าของตัวแปร(parameter)ไปด้วย โดยจะ ต้องมีชนิดสอดคล้องกับ argument ของฟังก์ชัน ที่เรียกใช้
  • การผ่านค่า argument ให้ฟังก์ชัน ทำได้ 2 แบบ คือ
Pass by Value คือ การส่งค่าไปยังฟังก์ชันที่ถูกเรียกใช้โดยส่งค่าของตัวแปรหรือค่าที่ส่งไปโดย ค่าคงที่ผ่านให้กับค่าฟังก์ชันจะถูกคัดลอกส่งให้กับ ฟังก์ชันและจะถูกเลี่ยนแปลงเฉพาะภายในฟังก์ชัน โดยค่าของ argumentในโปรแกรมที่เรียกใช้จะไม่เปลี่ยนแปลง   ตัวอย่าง :
void swap(int num1, int num2) {
        int tmp;
tmp = num1;
num1 = num2;
num2 = tmp;
print(“A is %d B is %d\n”, num1, num2);
}
Pass by Reference คือ การส่งค่าไปยังฟังก์ชันที่ถูกเรียกใช้โดยส่งเป็นตำแหน่งที่อยู่ของตัวแปรไป ซึ่งหากภายในฟังก์ชันมีการเปลี่ยนแปลงค่าของ argument ที่ส่งไป ก็จะมีผลทำให้ค่าของ argument นั้นใน โปรแกรมที่เรียกใช้เปลี่ยนไปด้วย ตัวอย่าง :
void swap(int * num1, int * num2) {
       int tmp;
tmp = *num1;
*num1 =* num2;
*num2 = tmp;
}

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น